Mar

29

ช่วยลดความกังวลได้อย่างรวดเร็ว ใครที่เกิดความกังวลหรือเครียดบ่อยๆ วันนี้มีเทคนิคการผ่อนคลายอย่างรวดเร็วมาฝาก.. เริ่ม จากนอนในท่าที่ร่างกาย สบาย รู้สึกผ่อนคลาย โดยนำหมอนมาหนุนศีรษะด้วยก็ได้ แล้วค่อยๆ นำสติมากำหนดอยู่กับลมหายใจ หายใจเข้า-ให้รู้ว่ากำลังหายใจเข้า, หายใจ ออก-ก็ให้รู้ว่ากำลังหายใจออก จากนั้นชันเข่าทั้ง 2 ขึ้น นำมือวางบนหน้าท้อง แล้วเริ่มหายใจให้สัมพันธ์กับหน้าท้อง คือ หายใจเข้า พร้อมๆกับที่หน้าท้องพองขึ้น หายใจออกพร้อมๆ กับที่หน้าท้องแฟบลง ฝึกการหายใจให้สัมพันธ์กับหน้าท้อง 5 รอบ ตลอดเวลาที่ทำ ควรมีสติอยู่กับลมหายใจ และมีสติอยู่กับการเคลื่อนไหว ของหน้าท้องที่สัมพันธ์กัน จาก นั้นก็พักโดยการกลับไปหายใจตามปกติ และเริ่มหายใจสัมพันธ์กับหน้าท้องอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้จะเพิ่ม “ความรู้สึก” เข้าด้วย คือ ขณะที่หายใจเข้าให้ลองทำความรู้สึกว่า ตัวเบา จนคล้ายว่าตัวกำลังลอยขึ้นจากพื้น รู้สึกสบาย รู้สึกสดชื่น ขณะเมื่อหายใจออก ก็ให้ทำความรู้สึกว่าตัวหนัก หนักจนเสมือนว่าร่างกายกำลังจมลงๆสู่พื้น ทำเช่นนี้ให้ครบ 5 รอบ แล้วพักด้วยการกลับไปหายใจตามปกติ เพียงเท่านี้ก็จะรู้สึกได้ว่าความเครียดค่อย ๆ สลายไป…^^ ที่มา/ภาพประกอบ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Mar

29

ถึงแม้จะต้อยต่ำแต่ก็เกี่ยวพันกับทุกส่วนร่างกาย แม้เท้าจะเป็นอวัยวะส่วนที่ต่ำที่สุด แต่ก็จำเป็นที่สุดสำหรับเราเหมือนกัน เพราะต้องแบกรับน้ำหนักตัวเราไว้ทั้งหมด ที่สำคัญ ‘เท้า‘ ยังสัมพันธ์กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกายเราด้วย ถ้าดูแลไม่ดีละแย่แน่… ท่าบริหารเท้าที่นำมาฝากกันนี้ จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อข้อเท้า และช่วยให้เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วขึ้น : นั่งบนเก้าอี้ ขยับข้อเท้าเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกา 10 ครั้ง จากนั้นหมุนทวนเข็ม นาฬิกาอีก 10 ครั้ง ทำสลับซ้ายขวา ข้างละ 2-3 รอบ : นั่งเข่าชิด เท้าราบไปกับพื้น ยกส้นเท้า สลับกับยกปลายเท้า ทำสลับกันไปเหมือนกับ การหมุนข้อเท้า : นั่งเหยียดขาและไขว้สลับกัน หมุนข้อเท้า ข้างที่อยู่ด้านบนไปมา ทำสลับกับเท้า ซ้ายที ขวาที ฝากทิ้งท้ายกันด้วยวิธีนวดเท้า สำหรับคนที่มักจะมีอาการกระวนกระวายใจอยู่บ่อยๆ โดย ให้ใช้สองมือนวดบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้าด้านนอกกับนิ้วกลางทั่วทั้งนิ้ว เพราะที่นิ้วหัวแม่เท้าจะมีจุดที่ส่งผลไปกระตุ้นการทำงานของสมองและสะท้อนไป ถึงตับได้ด้วย ส่วนนิ้วกลางก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับจุดที่ทำให้การหมุนเวียนของโลหิตดีขึ้น ที่มา: ทีน คิดส์แอนแฟมิลี่

Mar

21

Filled Under: Song

Mar

21

1. การกินคะน้าตาไม่เป็นต้อ คะน้าเป็นผักหาง่ายในท้องตลาด เป็นผักที่อุดมไปด้วย วิตามินซี วิตามินอี แคโรทีนอยด์ และโฟเลต นอกจากนี้ยังมีสาร ” ลูทีน ” ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบในเลนส์ตา จากงานวิจัยพบว่า การกินอาหารหรือพืชผักที่มีสารลูทีนสูง เช่น คะน้า จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคต้อกระจกลงได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับคนที่ไม่กิน นอกจากนี้การกินคะน้าเป็นประจำ ยังช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร ปอด และเต้านมอีกด้วย 2. การกินเห็ดป้องกันกระดูกพรุน คนส่วนใหญ่ทราบดีว่าการขาดวิตามินดีและแคลเซียม จะทำให้กระดูกไม่แข็งแรง ยิ่งอยู่ในวัยสูงอายุก็อาจเพิ่มอัตราความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนได้ ล่าสุดนักวิจัยพบว่า การกินอาหารที่มีธาตุทองแดงเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ และการขาดธาตุทองแดงแม้เพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้อาการกระดูกพรุนแย่ลงไปอีก ดังนั้นการกินอาหารที่มีธาตุทองแดงมาก เช่น เห็ด ปู กุ้งมังกร หอยนางรม ลูกพรุน ปลาซาร์ดีน จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน และทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้น 3. การกินแอปเปิลให้ปอดแข็งแรง ไม่ว่าจะกินแอปเปิลเขียวหรือแดงก็ดีต่อปอดเป็นที่สุด เพราะแอปเปิลมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อ ” เคอร์ซีทิน ” สารตัวนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดอย่างได้ผล นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย [...]