คนไร้ศีลธรรมอยู่ในหน้าที่ใดก็วุ่นวาย

October 4, 2010 by · Leave a Comment
Filed under: ธรรมะ 

เป็นนักบวชอยู่ในวัด ก็สร้างความเสื่อมเสียหายขึ้นในวัด  ในพระพุทธศาสนา

เป็นสามี ก็ไม่รับผิดชอบต่อภรรยา  ต่อบุตรธิดา  ภาระหน้าที่ภายในครอบครัว

เป็นภรรยา ก็ไม่รับผิดชอบต่อสามี  ต่อบุตรธิดา  ภาระหน้าที่ภายในครอบครัว

เป็นคนขับรถยนต์  รถไฟ ก็ขับรถด้วยความประมาท  ขับรถชนให้บังเกิด                ความเสื่อมเสียหายชีวิต

เป็นวิศวกรก่อสร้าง ก็โกงค่าอุปกรณ์ก่อสร้าง  ตึกพัง  ถนนชำรุด  สะพานชำรุด
Read more

สนุกกับการทำงาน

October 3, 2010 by · Leave a Comment
Filed under: ธรรมะ 

มีบทเพลงธรรมะอยู่บทหนึ่งว่า “งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน บันดาลสุข ทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อทำงาน” นี่ก็หมายความว่า ควรหาความสุขหรือความเพลิดเพลินกับการทำงานได้แก่ ทำงานด้วยความพอใจ ทำงานด้วยความเต็มใจ เข้าใจทำ
บางคนบ่นว่า “เซ็งเหลือเกิน” บางคนก็ว่า “ไม่รู้จะทำอะไรดี” หรือบางคนบอกว่า “ไม่มีงานทำ” ดังนี้เป็นต้น ที่พูดอย่างนี้ก็อาจเป็นเพราะสาเหตุหลายประการ เช่น
๑. เพราะบางคนไม่รู้จักการทำงาน ไม่รู้จักวางแผนการทำงาน ไม่รู้จักปรับตัวให้เข้ากับงาน และบุคคลผู้ร่วมงาน
๒. เพราะบางคนไม่อยากทำงาน มีความเกียจคร้านเป็นพื้นฐาน หรืองานที่ทำมากเกินไป ไม่ทราบว่าจะทำอะไรก่อนหลัง
๓. เป็นคนจับจด เลือกงานที่จะทำ ดูหมิ่นงานบางอย่างว่าไม่เหมาะกับตน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ลงมือทำงาน เมื่อไม่ได้งานอย่างที่ตนหวังไว้ก็จะไม่ทำงาน ปล่อยกาลเวลาให้ล่วงไป ๆ โดยเปล่าประโยชน์

Read more

วันเข้าพรรษา

July 26, 2010 by · Leave a Comment
Filed under: ธรรมะ 

“เข้าพรรษา” แปลว่า “พักฝน” หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระเจ้าเป็นซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืนเรียกว่า สัตตาหะ หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์ แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด ระหว่างเดินทางก่อนหยุดเข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆองค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า “วิหาร” แปลว่าที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้งถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีกเพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า “อาราม” ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้
Read more

บัว 4 เหล่า

July 26, 2010 by · Leave a Comment
Filed under: ธรรมะ 

บัว ๔ เหล่า ได้แก่


๑.พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็วเปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)
๒.พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)
๓.พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)
๔.พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

Next Page »