วิธีลับสมอง
1. เสริมสร้างความจำ
พยายามท่องจำรายการ “สิ่งที่ต้องทำ” ในแต่ละวัน อย่างน้อยสิบเรื่องโดยเชื่อมโยงเข้ากับสถานที่ต่าง ๆ ที่พบในระหว่างเดินทาง อาทิ ระหว่างมาทำงาน ตัวอย่างเช่น ซื้อหนังสือพิมพ์ที่ร้านปากซอย ส่งเสื้อผ้าซักแห้ง โทรศัพท์กลับบ้านที่หน้าร้านกาแฟ เป็นต้น
จากนั้นถามตัวเองด้วยคำถามต่อไปนี้
- ซื้อหนังสือพิมพ์เสร็จแล้วต้องทำอะไรต่อไป
- ต้องทำอะไรก่อนโทรศัพท์กลับบ้าน
- งานลำดับที่สองในรายการคืออะไร
- ส่งเสื้อผ้าซักแห้งที่ไหน
วันถัดมา ให้ทำรายการชุดใหม่และพยายามเพิ่มให้มากขึ้นจนถึง 20 รายการ
สวยใสด้วย…น้ำเต้าหู้
| น้ำเต้าหู้ อาหารยอดนิยมที่ดื่มกันมาตังแต่อดีต จนเดี๋ยวนี้มองไปทางไหนก็ยังคงเห็นน้ำเต้าหูอยู่ทั่วทุกระแหง ยิ่งเดี๋ยวนี้กระแสอาหารเพื่อสุขภาพกำลังอิน ทำให้ใครหลายคน ต่างหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น
น้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ผู้ใหญ่มักบอกให้ดื่มน้ำเต้าหู้กันเยอะ ๆ เพื่อที่จะได้มีผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูสดใส อ่อนเยาว์เสมอ |
|
| ในน้ำเต้าหู้มีอะไร
น้ำเต้าหู้นั้นหรือนมถั่วเหลืองนั้นเป็นแหล่งไขมันและโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมไปถึงสารอาหารที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ ,บี ,บี 1 ,บี 2 ,บี 6 ,บี 12 ,ไนอาซิน ,เลซิทิน ซึ่งตัวหลังสุดช่วยในการบำรุงสมอง เพิ่มความทรงจำ นอกจากนี้สารอาหารที่อยู่ในนมถั่วเหลืองยังช่วยลดไขมันและคอเลสเทอรอลในร่างกายเราได้อีกด้วย |
|
BRAIN DAMAGING HABITS
BRAIN DAMAGING HABITS (อุปนิสัยคนเรา ที่ทำลายการทำงานของสมอง)
1. No Breakfast ไม่ทานอาหารเช้า ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ มีผลต่อการทำงานของสมอง
People who do not take breakfast are going to have a lower blood sugar level. This leads to an insufficient supply of nutrients to the brain causing brain degeneration.
2 . Overeating=2.0 การอาหารทานมากเกินไปทำให้เส้นเลือดในสมองหนามีการ เกาะตัวของไขมัน การทำงานสมองช้าลง
It causes hardening of the brain arteries, leading to a decrease in mental power.
3. Smoking การสูบบุหรี่ ช่วยให้สมองฝ่อ เกิดเป็นโรคอัลไซเมอร์ตามมมา
It causes multiple brain shrinkage and may lead to Alzheimer disease.
เทคนิคคลายเครียดติดจรวด
ช่วยลดความกังวลได้อย่างรวดเร็ว
ใครที่เกิดความกังวลหรือเครียดบ่อยๆ วันนี้มีเทคนิคการผ่อนคลายอย่างรวดเร็วมาฝาก..


เริ่ม จากนอนในท่าที่ร่างกาย สบาย รู้สึกผ่อนคลาย โดยนำหมอนมาหนุนศีรษะด้วยก็ได้ แล้วค่อยๆ นำสติมากำหนดอยู่กับลมหายใจ หายใจเข้า-ให้รู้ว่ากำลังหายใจเข้า, หายใจ ออก-ก็ให้รู้ว่ากำลังหายใจออก จากนั้นชันเข่าทั้ง 2 ขึ้น นำมือวางบนหน้าท้อง แล้วเริ่มหายใจให้สัมพันธ์กับหน้าท้อง คือ หายใจเข้า พร้อมๆกับที่หน้าท้องพองขึ้น หายใจออกพร้อมๆ กับที่หน้าท้องแฟบลง ฝึกการหายใจให้สัมพันธ์กับหน้าท้อง 5 รอบ ตลอดเวลาที่ทำ ควรมีสติอยู่กับลมหายใจ และมีสติอยู่กับการเคลื่อนไหว ของหน้าท้องที่สัมพันธ์กัน
จาก นั้นก็พักโดยการกลับไปหายใจตามปกติ และเริ่มหายใจสัมพันธ์กับหน้าท้องอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้จะเพิ่ม “ความรู้สึก” เข้าด้วย คือ ขณะที่หายใจเข้าให้ลองทำความรู้สึกว่า ตัวเบา จนคล้ายว่าตัวกำลังลอยขึ้นจากพื้น รู้สึกสบาย รู้สึกสดชื่น ขณะเมื่อหายใจออก ก็ให้ทำความรู้สึกว่าตัวหนัก หนักจนเสมือนว่าร่างกายกำลังจมลงๆสู่พื้น ทำเช่นนี้ให้ครบ 5 รอบ แล้วพักด้วยการกลับไปหายใจตามปกติ
เพียงเท่านี้ก็จะรู้สึกได้ว่าความเครียดค่อย ๆ สลายไป…^^
ที่มา/ภาพประกอบ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
