Nov
23
หนาวแล้ว ปีนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี เอาประสบการณ์เมื่อปีที่แล้วมาแบ่งปันก็แล้วกันนะ เผื่อจะมีคนสนใจไปเที่ยวแบบเรากันบ้าง ณ ที่แห่งนั้นคือ “ภูกระดึง” จ.เลย นั่นเอง มีเพื่อน ๆ ถามมาหลายคนว่า ไปยังไง แล้วไปกี่วัน ค้างกี่คืน จึงจะดี กว่าจะเดินถึงไกลไหม จริง ๆ ก็ไม่ไกลเท่าไร ประมาณ 10 กม. เอง เดินขึ้นไปตั้งแต่ 08:30 ไปถึงเต็นท์ ที่พักก็เกือบบ่าย 3 (เดินอะไรกันหว่า) ใช้เวลานานขนาดนั้น ที่นานเพราะมัวแต่แวะถ่ายรูปกันอยู่นะเอง (จริง ๆ แวะพักเหนื่อย พักกันทุกครึ่งชั่วโมง)
เริ่มเดินทาง ออกจากกรุงเทพ จากสถานีขนส่งหมอชิต โดยรถทัวร์ของบริษัท “เมืองเลยทัวร์” เวลา 4 ทุ่มกว่า ๆ (ขึ้นรถก็ดึกแระ หลับเลยละกัน สองข้างทางก็ไม่มีอะไรให้มองแล้ว เนื่องจากมันมืดมากมาย) ประมาณตี 5 กว่า ๆ ก็มีพนักงานบริการบนรถก็ปลุก ถึง “ผานกเค้า” แล้วครับ คนที่จะมาเที่ยวภูกระดึง ให้ลงที่นี่ได้เลย แล้วต่อรถสองแถวขึ้น ภูกระดึง ก๊วนทัวร์ทั้ง 5 คนก็งัวเงีย ๆ ลงจากรถกัน (ลืมบอกไปว่าทัวร์ครั้งนี้ไปกัน 5 คนเน้อ ยิ่งคนเยอะก็จะยิ่งสนุก ต้องลุย ๆ ด้วยนะเพราะต้องเดินไกล ที่สำคัญต้องอึด ^_^) กว่าสมาชิกจะปฏิบัติภาระกิจยามเช้าเสร็จก็เกือบหกโมงแล้ว แล้วต้องเดินไกล ก็ต้องทำให้ท้องอิ่มกันก่อน ว่าแล้วก็ข้าวเช้า ตรงผานกเค้านั่นหล่ะคร๊าบบ (ถ้าไม่กินอะไร เดินไม่ไหวแน่ ๆ)
ทานอาหารเช้าเสร็จก็ขึ้นรถสองแถวจาก ผานกเค้า ไปตีนลอยภูกระดึงกันเลย นั่งรถไปประมาณ ครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว ก็จัดการจองที่พักข้างบน จะมีเจ้าหน้าที่รับจองอยู่ข้างล่าง ที่พักมีให้เลือกหลายแบบ แล้วแต่ชอบ พวกเราก็เลยเลือกเต็นท์ละกัน เอาหลังเดียว นอนด้วยกันนี่หล่ะ ประหยัดดี ถ้าจำไม่ผิดจะราคาประมาณคืนละ 450 บาท จ่ายเงินเสร็จ ก็ไปฝากกระเป๋าให้ลูกหาบ หาบขึ้นไปให้กันต่อ (แนะนำว่ามีกระเป๋าเท่าไรก็ฝากให้หมดเด้อ ไม่งั้นจะรู้สึก อิอิ อ่อเสื้อกันหนาวด้วยนะ แม้ตอนนั้นจะหนาว ก็ตัดใจถอดใส่กระเป๋าไปเตอะ เพราะเดินไปอีกซักประมาณ 1 กม. จะรู้สึกว่าเหมือนมันเป็นส่วนเกินของชีวิต) ค่าฝากกระเป๋ากิโลละ 15 บาท จัดการจองที่พัก ฝากกระเป๋าเสร็จก็เป็นอันว่าออกเดินทางได้แล้ว
เริ่มออกสตาร์ทจากตีนดอยตอนประมาณ 08:30 น. ถ่ายรูปตรงทางขึ้นกันก่อนละกัน แต่ละคนหน้าตาสดใสมากมาย ออกเดินทางไปเรื่อย ๆ (เริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ เสื้อกันหนาวเริ่มเป็นอุปสรรคแล้ว) ก็เริ่มเหนื่อยกันแล้วละคร๊าบบ ยังไปไม่ถึง 1 กม.เลย ก็ทางมันชันนิเนอะ เนื่องจากไม่ใช่เด็ก 17-18 แต่ละคนถามหายาดมกันจ้าละหวั่น เหนื่อยสุด ๆ เลยละขอบอก ไม่นานเราก็ถึงหลักกิโลเมตรที่ 1 แล้วเย้ ๆ ได้พักกันแล้ว (กม. ที่ 1 จะถูกเรียกว่าซำแฮก เฮ้อแฮกจริง ๆ สมชื่อมาก หอบแฮบ ๆ กันทุกคน) กว่าจะเริ่มออกเดินทางกันต่อพักกันเกือบครึ่งชม. เดินไปแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก พักกันไปเรื่อย ๆ เดิน 20 นาทีหยุดพัก 10 นาที ดูนาฬิกาเกือบเที่ยงแล้วเพิ่งเดินไปได้แค่ 3 กม.กว่า ๆ เอง เริ่มหมดแรง สมาชิกเลยตกลงกันว่าพักกินข้าวกันก่อนดีกว่า จะได้มีแรงเดินต่อ ทานอาหารเสร็จนั่งพักกันซักครู่ให้อาหารย่อย จะได้ไม่จุกเวลาเดิน ผ่านไป 4 กม. ก็มีที่พัก คราวนี้เหลืออีก 1 กม. สุดท้ายที่หฤโหดสุด ๆ เนื่องจากเป็นทางสูงชันที่ต้องปีนขึ้นไป กว่าจะขึ้นไปถึงบนยอดดอย หรือที่เรียกกันว่า “หลังเป” กม.สุดท้ายนี้ใช้เวลาเดินนานมาก เกือบชั่วโมง เพราะต้องปีนปายกันสุด ๆ ขึ้นไปถึงกันก็ได้พักกันหล่ะ เหนื่อยสุด ๆ ต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อย ว่าปีนกันขึ้นมาถึงแล้ว
อย่าเพิ่งดีใจไปเน้อ ถึงหลังเปก็จริง แต่ยังไม่ถึงที่พักจ้า ยังต้องเดินต่ออีกประมาณ 4 กม. หลังจากพักให้หายเหนื่อยก็เริ่มออกเดินทางกันต่อไป คราวนี้ไม่หนักหนาสาหัสมากนัก เพราะเป็นทางราบ แต่เนื่องจากปีนเขามาเป็นระยะทางกว่า 5 กม. ทุกคนก็เริ่มหมดแรง แม้เป็นทางราบก็เดินกันไปเชื่องช้า กว่าจะถึงที่พัก ก็ปาเข้าไปเกือบ ๆ บ่าย 3 แล้ว
ถึงที่พักก็ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ข้างบนเรื่องที่พัก และรับกระเป๋าและสัมภาระอื่นๆ ที่ลูกหาบ บนภูกระดึงมีเบาะรองนอน ถุงนอน หมอนให้เช่าด้วยนะ ถ้าใครไม่อยากแบกไปก็เช่าเอาข้างบนก็ได้ ได้เต็นท์เรียบร้อยก็เอาของไปเก็บในเต็นท์ เสร็จแล้วใครจะไปสำรวจรอบ ๆ ที่พัก หาของกินก็ได้ตามสะดวก แต่ถ้าจะไปแถวต่อคิดว่าคงไม่ไหวแน่ ๆ ประการแรกบ่ายเข้าไปแล้ว คงไปไหนได้ไม่ไกล ประการต่อมาเหนื่อย เมื่อย ปวดขา ไปไหนต่อไม่ได้แระ ขอพักก่อนว่าแล้วสมาชิกทั้ง 5 คนก็สลบเหมือดอยู่ในเต็นท์นั่นหละคร๊าบบ กว่าจะตื่นก็ห้าโมงเย็น กว่าจะได้ไปอาบน้ำกินข้าวเย็นกัน
สำหรับรายละเอียดในการเดินเที่ยว ค่อยมาต่อกันครั้งต่อไปเน้อ เริ่มหมดแรงแระ เหมือนกัน เอาภาพระหว่างทางไปดูชมกันก่อนละกัน เน้อ
March 12th, 2009 at 7:27 am
ได้ไปแล้วจะอยากไปอีก แม้จะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม